บทที่ 1 บทที่ 1 : เปิดฉาก
เสียงเม็ดฝนกระทบหน้าต่างกระจกกันกระสุนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเข็มวินาทีที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตายของใครบางคน
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีเทาที่ไร้ซึ่งเครื่องเรือนประดับประดา มีเพียงโต๊ะโลหะเย็นๆ และเก้าอี้เหล็ก แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนลงบนใบหน้าของหญิงสาวผู้ครอบครองโค้ดเนมแห่งความตายในวงการใต้ดิน...
‘ไวเปอร์’ มือสังหารหญิงอันดับต้นๆ แห่งองค์กรนักฆ่า ‘เงาอสรพิษ’
หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของเธอคือหญิงสาวตัวเล็ก หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใส และมีเส้นผมยาวสีดำขลับ หากใครมองเผินๆ คงคิดว่าเธอเป็นเพียงเด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่ดูไร้เดียงสาและอ่อนโลก
ทว่าภายใต้เปลือกนอกที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อหลอกลวงสายตาเหยื่อนั้น ซุกซ่อนสัญชาตญาณการฆ่าที่เฉียบคมจนหาตัวจับยาก เธอถูกชุบเลี้ยง และเข้าสู่โปรแกรมฝึกฝนมนุษย์ให้เป็นเครื่องจักรสังหารตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ชีวิตของเธอคือการทำตามคำสั่ง การประเมินสถานการณ์ และการปลิดชีพอย่างเยือกเย็น อัตราการเต้นของหัวใจของเธอเต้นช้าและสม่ำเสมอในระดับที่คนปกติทำไม่ได้ มันคือผลลัพธ์ของการฝึกฝนเพื่อควบคุมร่างกายขั้นสูงซึ่งสามารถหลบเลี่ยงได้แม้กระทั่งเครื่องจับเท็จ
ซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบถูกสไลด์ผ่านโต๊ะโลหะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอโดยชายสวมหน้ากากผู้เป็นตัวแทนขององค์กร หน้าซองประทับตราสีแดงสดด้วยตัวอักษร 'S-Class' ซึ่งหมายถึงภารกิจระดับ S ที่มีความเสี่ยงสูงสุด
ไวเปอร์ไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นเต้นหรือหวาดหวั่น ดวงตากลมโตที่เคยดูสุกใสแปรเปลี่ยนเป็นแววตาของเพชฌฆาตที่เยือกเย็นและไร้ก้นบึ้งในเสี้ยววินาที มือเรียวเล็กที่ซ่อนรอยด้านจางๆ ที่นิ้วชี้ข้างขวาจากการเสียดสีกับไกปืนมานับครั้งไม่ถ้วน เอื้อมไปเปิดซองเอกสารนั้นออกอย่างเชื่องช้า
รูปถ่ายใบแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพแอบถ่ายของเป้าหมาย ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อจากการฝึกฝน ภายใต้ชุดสูท ดูสง่างาม แต่ก็พร้อมลุยเสมอ เขากำลังก้าวลงจากรถยุโรปคันหรูโดยมีชายฉกรรจ์ในชุดดำขนาบข้าง ข้อมูลในแฟ้มระบุชื่อของเขาอย่างชัดเจน...
'ศิลา อัครเมธีวงศ์' ชายวัยราวสามสิบปี มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง
ไวเปอร์หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ แสงไฟตกกระทบลงบนโครงหน้าคมคายของชายในภาพ ดวงตาของเขายุคดุดันและเฉียบคมดุจเหยี่ยวที่ราวกับจะมองทะลุคนได้
แม้จะเป็นเพียงภาพนิ่ง แต่ไวเปอร์ซึ่งเชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดหลายแขนง สามารถวิเคราะห์ได้ทันทีจากการจัดระเบียบร่างกาย ท่วงท่าการเดิน และการทิ้งน้ำหนักของจุดศูนย์ถ่วงร่างกาย ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พวกปลายแถวที่เอาแต่ซุกหัวอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ร่างกายของเขาสมดุลและพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคาม
เธอเลื่อนสายตาอ่านข้อมูลเบื้องหลังที่องค์กรป้อนให้ แฟ้มระบุว่าศิลาคืออาชญากรตัวเป้ง ตัวการใหญ่ที่คุมเส้นทางค้ายาเสพติดและอาวุธเถื่อน มีเครือข่ายโยงใยไปทั่ว
ภารกิจของเธอในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเป่าหัวเป้าหมายแล้วหนีไป แต่คือการแฝงตัวเข้าไปในอาณาจักรของเขา เพื่อขโมยแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลบัญชีดำของเครือข่ายมาเฟีย และต้องปลิดชีพศิลาทิ้งเสียเมื่อได้ของมา
ริมฝีปากบางของไวเปอร์กระตุกยิ้มเยาะอย่างเย็นชา มาเฟีย... ผู้ทรงอิทธิพล... อาชญากรตัวเป้ง... คำจำกัดความเหล่านี้ช่างซ้ำซากและน่าเบื่อหน่ายเสียเหลือเกิน
ในสายตาของเครื่องจักรสังหารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่า ผู้ชายคนนี้ก็เป็นแค่เป้าหมายซ้ำซากอีกหนึ่งคน เธอเคยเด็ดหัวหัวหน้าแก๊งยากูซ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์ ลอบสังหารเจ้าพ่อค้ายาชาวรัสเซียท่ามกลางวงล้อมของบอดี้การ์ด หรือแม้แต่ลอบฆ่าเศรษฐีวิปริตค้ากาม เธอก็ทำมาหมดแล้วอย่างไร้ร่องรอย ด้วยความสามารถในการสื่อสารที่พูดได้ถึง 4 ภาษา ทั้งญี่ปุ่น อังกฤษ รัสเซีย จีน ทำให้เธอแทรกซึมเข้าหาเป้าหมายทั่วโลกได้อย่างแนบเนียน และฆ่าพวกเขาได้อย่างไม่ยากเย็นเมื่อสบโอกาส
สำหรับเธอ คนพวกนี้มีจุดอ่อนที่เหมือนกันหมด นั่นคือความเย่อหยิ่งและความประมาท พวกมันคิดว่าอำนาจมืด เงินทอง และกองกำลังติดอาวุธจะสามารถซื้อความปลอดภัยได้ พวกมันมักสวมสูทราคาแพง ดื่มไวน์ชั้นเลิศ และคิดว่าตนเองเป็นพระเจ้าในโลกใต้ดิน แต่กลับลืมไปว่าเมื่อกระสุนเจาะทะลุกะโหลก หรือคมมีดกรีดผ่านเส้นเลือดใหญ่ พวกมันก็เลือดไหลเป็นสีแดงและล้มลงไปกองกับพื้นไม่ต่างจากสุนัขข้างถนน
ศิลาก็คงไม่ต่างกัน บอดี้การ์ดภาพลักษณ์ดูน่าเกรงขาม มันก็แค่โล่เนื้อที่เอาไว้ซับกระสุนแทนเจ้านาย เมื่อถึงเวลาที่ความตายมาเยือน ต่อให้เป็นมาเฟียที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของเธอ
ไวเปอร์คำนวณความเป็นไปได้ในหัวอย่างรวดเร็ว การลอบยิงจากระยะไกลด้วยสไนเปอร์ไรเฟิลถูกตัดทิ้งไปทันทีเพราะภารกิจหลักคือการขโมยข้อมูล การใช้ยาพิษก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเธอทนทานต่อยาพิษและรู้วิธีใช้มันอย่างแนบเนียน
แต่กับเป้าหมายที่มีคนคุ้มกันแน่นหนา การแทรกซึมเข้าถึงตัวโดยตรงคือวิธีที่แน่นอนที่สุด หากเกิดเหตุปะทะ เธอมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมในทักษะการใช้อาวุธสงครามและอาวุธประชิดทุกชนิด ศิลาอาจจะตัวใหญ่กว่า แข็งแรงกว่า แต่ความเร็วและสัญชาตญาณการฆ่าของเธอถูกลับมาให้คมกริบกว่ามนุษย์ทั่วไป
"แกก็แค่อีกหนึ่งงาน" ไวเปอร์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ เธอไม่สนใจหรอกว่าเขาจะยิ่งใหญ่มาจากไหน ไม่แคร์ว่าเครือข่ายธุรกิจมืดของเขาจะใหญ่โตเพียงใด สำหรับเธอแล้ว ศิลา อัครเมธีวงศ์ ไม่ใช่ปีศาจร้ายที่น่ากลัว แต่เป็นเพียงเหยื่ออีกคนของเธอเท่านั้น
หญิงสาวปิดแฟ้มเอกสารลง เสียงกระดาษกระทบกันดังแกรกเบาๆ ท่ามกลางความเงียบของห้อง ภารกิจระดับ S นี้ไม่ได้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเลยแม้แต่น้อย มันอาจจะซับซ้อนกว่าการลอบสังหารทั่วไปตรงที่ต้องมีการโจรกรรมข้อมูลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ด้วยทักษะการแฮ็กข้อมูลระดับสูงที่เธอครอบครอง การเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของพวกมาเฟียก็คงไม่ใช่เรื่องเกินมือนัก
ไวเปอร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายที่ดูบอบบางแต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ถูกบีบอัดขยับตัวด้วยความเงียบเชียบ เธอพร้อมแล้วสำหรับภารกิจใหม่ ภารกิจที่เธอเชื่อหมดใจว่ามันจะจบลงอย่างง่ายดายและเลือดเย็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา...
โดยที่เธอไม่รู้เลยแม้แต่น้อยว่า ชายในรูปถ่ายผู้มีดวงตาแหลมคมดุจเหยี่ยวคนนี้... จะกลายเป็นผู้พลิกผันที่ทำให้โลกสีเลือดของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล...
